#เลเซอร์Titanium #ลิฟติ้งTitanium #GangnamTitanium #CheongdamTitanium #Titaniumร้านเด็ด #CheongdamANZTitanium #หมอChoYoungmin #คลินิกผิวหนังCheongdamANZ
วันนี้เกี่ยวกับลิฟติ้ง Titanium ตั้งแต่ A to Z
มาใช้เวลาทำความรู้จักกันนะครับ

ก่อนอื่นเครื่องมีหน้าตาแบบนี้ครับ
แฮนด์พีซสีทอง/ดำทางซ้ายของหน้าจอ
ถือได้ว่าใช้กับใบหน้าของเรา

ข้อดีที่มีความยาวคลื่น 3 ช่วงออกพร้อมกัน..
คุณอาจสงสัยว่าเรื่องนี้มีความหมายอะไร แต่
อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ คือ
แทนที่จะใช้ความยาวคลื่นเดียว
ถือได้ว่าสามารถส่งพลังงานที่เพียงพอไปถึงชั้นที่ลึกกว่าเดิมได้
(ส่งพลังงานความร้อนอย่างทั่วถึงถึงความลึก 2~8mm)
1064 เป็นช่วงความยาวคลื่นที่ใช้เป็นหลักเมื่อทำเลเซอร์โทนนิ่ง
ยังช่วยเพิ่มผลให้ใบหน้าสดใสขึ้นได้อีกด้วย
และ 755 เป็นช่วงความยาวคลื่นที่ใช้กันมากกับเม็ดสีและการกำจัดขน
สำหรับ Soprano รุ่นก่อน Titanium เป็นเครื่องที่เคยใช้เป็นเครื่องกำจัดขน และ
ขอแจ้งให้ทราบด้วยว่า Titanium ก็ใช้กำจัดขนได้เช่นกัน

(เพิ่งถ่ายมาสดๆ ร้อนๆ เพื่อเขียนบทความนี้..)
เนื่องจากแฮนด์พีซมีระบบทำความเย็นที่แรงมาก
แม้จะส่งพลังงานแรงด้วยความยาวคลื่น 3 ช่วง
ปกป้องหนังกำพร้าจากความเสียหายจากความร้อนได้อย่างปลอดภัย

ภาพนี้เป็นการเปรียบเทียบ Ulthera กับ Thermage และ
ภาพทางซ้ายคือ Ulthera ครับ
หัวทิป 1.5mm ที่จริงแล้วไม่ค่อยได้ใช้ (ใช้บริเวณรอบดวงตาเป็นหลัก)
ถือได้ว่าส่งพลังงานไปที่ความลึก 3.0mm และ 4.5mm เป็นหลัก
ถือได้ว่า Thermage มุ่งเป้าไปที่ชั้นที่ตื้นกว่านั้น
ผมได้เรียนไปแล้วว่า Titanium ส่งความร้อนลึกถึง 2~8mm
มีอยู่ 2 โหมด
โหมด Stack เลเซอร์จะเข้าลึก ส่วนโหมด SHR จะเข้าตื้น และ
โดยทั่วไปมักใช้ 2 โหมดร่วมกัน และ
ในกรณีเช่นนี้
เมื่อดูชั้นผิวที่เลเซอร์เข้าถึง
Thermage + Ulthera + ส่งพลังงานไปถึงชั้นที่ลึกกว่า
นี่คือหลักการที่ Titanium ทำให้เกิดการยกกระชับ โปรดทำความเข้าใจเช่นนี้นะครับ
ในกรณีที่หน้ามีเนื้อมาก หรือ
กรณีที่เยื่อพังผืดอยู่ลึกกว่า 4.5mm
มีบางกรณีที่ Ulthera ให้ผลไม่ค่อยชัด
ในตอนนี้เองที่เลเซอร์ Titanium แสดงพลังได้อย่างยิ่งใหญ่
เมื่อดูคำถามที่คลินิกได้รับมากช่วงนี้


มีผู้สอบถามเรื่องจำนวนช็อตและ KJ (พลังงาน) มากขึ้นเรื่อย ๆ
เวลาเห็นกระทู้สอบถามแบบนี้ ผมรู้สึกว่าลิฟติ้ง Titanium ก็เหมือนกับ TuneFace
รู้สึกได้ว่าอยู่ในความสนใจของผู้คนจำนวนมาก
ต้องยิงกี่ช็อต ความแรงของพลังงานเป็นอย่างไร
ดูเหมือนว่าแต่ละคลินิกยังมีความแตกต่างกันอยู่
ผมเคยเห็นคลินิกอื่นทำที่ประมาณ 20~40KJ แล้วใช้ราคาถูกเป็นจุดขายทางการตลาด แต่
โปรดจำไว้ว่า หากทำแบบนั้น อาจมีกรณีที่อยู่ได้ไม่ถึงสัปดาห์
ที่คลินิกผิวหนัง ANZ เว้นแต่กรณีพิเศษ เราทำหัตถการ อย่างน้อย 80KJ ขึ้นไป
แล้ว 80KJ คือกี่ช็อตกันนะ
เมื่อทำหัตถการด้วยค่าที่ ALMA แนะนำ
80KJ จะออกมาเป็น 8000 ช็อต
สำหรับผู้ที่หน้ามีเนื้อมาก หรือหน้าใหญ่กว่าคนอื่นเล็กน้อย
ผมเคยทำให้ถึง 100KJ ครับ
การทำหัตถการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจนกว่าจะเห็นผล
เป็นหน้าที่อันพึงกระทำต่อลูกค้าที่มาใช้บริการ ANZ ครับ :)
การพิจารณาจำนวนช็อตและ KJ อย่างละเอียดสำคัญมาก แต่
ดังนั้นสิ่งที่สำคัญกว่าคือ มีผลหรือไม่ / คงอยู่ได้นานแค่ไหน
เพื่อให้ทุกท่านพึงพอใจ คลินิกผิวหนัง Cheongdam ANZ
แพทย์ทุกท่านปรึกษากันทุกวัน และ
เรามุ่งมั่นที่จะมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้แก่ท่าน
บางทีลูกค้า Titanium ทุกท่านที่ได้พบกับเรา
ผมเชื่อว่าท่านจะเห็นด้วยกับที่ผมพูด ^^ และเราจะรักษาความพึงพอใจนั้นต่อไปครับ


ผลการยกกระชับโดดเด่นมาก
ก่อนอื่น การที่เห็นผลได้ทันที
ถือเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจของ Titanium ได้เลย
ฟีดแบ็กที่ได้รับมากที่สุดอย่างหนึ่งคือ
"หน้าเล็กลงแล้ว" ครับ
ช่วยกระชับทั้งภายนอกและภายใน ทำให้ปริมาตรลดลงจริง และ
ช่วยดึงส่วนที่หย่อนคล้อยให้กระชับ ส่งผลให้เกิดการยกกระชับ
Thermage ที่ผลลัพธ์ดูด้วยตาเปล่าได้ยาก และ
นี่คือจุดที่แตกต่างจาก Ulthera ที่ต้องก้มหน้าสงบนิ่งรอคอย 1-2 เดือน
ข้อดีอย่างที่เรียนไปแล้วว่า
เห็นผลทันที
ถ้าทำด้านขวาก่อนแล้วมองกระจก
ใบหน้าจะไม่สมมาตรกัน
เห็นผลทันทีขนาดนั้นเลย...!!
ใกล้กับคลินิกผิวหนัง Cheongdam ANZ มีออฟฟิศค่ายบันเทิงอยู่มาก
มีศิลปินและเทรนนีมาใช้บริการอยู่เป็นระยะ และ
ก่อนขึ้นเวที หรือ
ส่วนใหญ่มักทำลิฟติ้ง Titanium ในวันก่อนการถ่ายทำสำคัญ แล้วจึงไปถ่าย
ในกลุ่มบุคคลทั่วไป เจ้าสาวที่กำลังจะแต่งงานมาใช้บริการบ่อย และ
ปัจจุบันเจ้าบ่าวก็ให้ความสนใจกันมาก
สำหรับเจ้าบ่าว ผมแนะนำให้ทำประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนถ่ายภาพวันงานจริงครับ และ
อย่างที่เรียนไปแล้ว นอกจากการยกกระชับแล้วยังมีผลในการกำจัดขนด้วย
เนื่องจากผู้ชายอาจเกิดรูขุมขนอักเสบหลังกำจัดขน
โดยทั่วไปผมจะให้เวลาพักฟื้นประมาณ 1 สัปดาห์ครับ
ข้อดีอีกอย่างคือ
เจ็บน้อยและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
Ulthera หรือ Thermage แม้ทาครีมชาแล้วก็ยังมีหลายท่านที่น้ำตาไหลระหว่างทำ และ
นอกจากนี้ยังมีหลายกรณีที่ให้ยาสลบแบบหลับเพราะความเจ็บ
แต่ลิฟติ้ง Titanium เจ็บไม่ถึงครึ่งหนึ่งของ Ulthera และ
สามารถทำหัตถการได้สบาย ๆ ด้วยครีมชาเพียงอย่างเดียว
แน่นอนว่า สำหรับผู้ที่ไวต่อความเจ็บ หรือผู้ชายที่อาจเจ็บมากเพราะขน
บางครั้งก็มีการให้ยาสลบแบบหลับ แต่
โปรดจำไว้ว่า โดยทั่วไปทำได้ด้วยครีมชาเพียงอย่างเดียว
อีกทั้งแทบไม่เกิดรอยช้ำหรืออาการบวม และ
เพราะถ้าไม่บอก คนอื่นก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราทำหัตถการมา
กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็ว
สุดท้ายนี้
คือสามารถเข้าถึงชั้นที่ลึกกว่า Ulthera ได้
แล้วมีแต่ข้อดีเท่านั้นหรือ
ไม่เป็นเช่นนั้น
ข้อเสียของ Titanium คือ
ไม่เหมือน Ulthera/Thermage ที่ทำปีละครั้งเดียวก็คงผลได้ไม่ดี
ดังนั้นจึงแนะนำให้ทำเดือนละ 1 ครั้ง รวม 3-5 ครั้ง
หรือจะทำอย่างต่อเนื่องทุก 2-3 เดือนต่อครั้งก็ได้
ข้อเสียอีกอย่างคือ เนื่องจากไม่ได้มีผลสลายไขมัน
ในกรณีที่ไขมันกระจุกตัวอยู่ในบริเวณหนึ่งแล้วหย่อนคล้อย
คงต้องมีความรู้สึกเสียดายหลงเหลืออยู่บ้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในกรณีเช่นนี้ หากทำหัตถการร่วมกับ Ulthera ในรูปแบบที่เหมาะสม
ความพึงพอใจก็อาจสูงขึ้นได้อีก
Titanium Lifting ดีจริงไหม? (รีวิวตรง ๆ จากแพทย์ผู้ทำหัตถการ)#TitaniumLifting #ผลของTitanium #รีวิวTitanium #โฆษณาTitanium #รีวิวจากหมอTitanium #คลินิกผิวหนังTitanium #เลเซอร์Titanium #Cheongdam...blog.naver.comตามที่ได้เรียนไปในบทความนี้
เช่นเดียวกับที่ใส่ Titanium อย่างเหมาะสมในส่วนที่ทำ Ulthera ไม่ได้ จะช่วยเพิ่มผลให้ได้สูงสุด
โปรดจำไว้ว่า ส่วนที่ Titanium ยังไม่ครอบคลุม Ulthera ช่วยเสริมได้!
วันนี้เราได้ทำความรู้จักลิฟติ้ง Titanium กันแล้วครับ
เพราะระหว่างเขียนต้องไปทำหัตถการเป็นระยะ จังหวะการเขียนจึงสะดุด
รู้สึกเสียดายที่เขียนสิ่งที่อยากเขียนได้ไม่ครบ..
หากมีข้อสงสัย ส่งข้อความส่วนตัว/คอมเมนต์ หรือโทรมาที่เบอร์หลักได้เลย
เรายินดีให้คำแนะนำอย่างเป็นกันเอง
ผมค่อนข้างชอบที่จะได้พบกันโดยตรงมากกว่าครับ..^^
แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าพร้อมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์นะครับ~
คลินิกผิวหนัง Cheongdam ANZแชทกับเราผ่าน KakaoTalk ได้เลยpf.kakao.com

